งานงอกเชลซี

งานงอกเชลซี คอสต้ายังคงเจ็บเพิ่มอีก

เมื่อคืนที่ผ่านมามีผลฟุตบอลหลายคู่ที่น่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่ทีมที่เป็นต่อจะทำได้ดี ทำให้นักแทงบอลออนไลน์บอลต่อเฮอาแน่นอน วันนี้มาติดตามข่าวสารฟุตบอลของทีมเชลซีกัน เชลซี สิงโตน้ำเงินครามได้รับข่าวร้ายเมื่อมีรายงานว่าดาวซัลโวประจำทีมได้รับบาดเจ็บเพิ่มและหมดสิทธิ์ลงดวลปีศาจแดงแน่นอนแล้ว Daily Express สื่อประจำเกาะอังกฤษ ระบุว่า ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงฟอร์มฮ็อตของเชลซี สุดโชคร้ายได้รับบาดเจ็บขาหนีบเพิ่มในระหว่างเรียกความฟิตส่งผลให้ชวดลงเล่นเกมบุกเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงสุดสัปดาหนี้แน่นอนแล้วกองหน้าทีมชาติสเปนทำผลงานได้อย่างร้อนแรงในฤดูกาลนี้ หลังนำโด่งเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกด้วยสถิติ 9 ประตู แต่เขามีปัญหาบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าติดตัวมาตลอดจนไม่ได้รับใช้ต้นสังกัดในสองเกมล่าสุด หลังอาการกำเริบกลับมาจากโปรแกรมทีมชาติเดิมทีสิงห์บลูตั้งความหวังว่า หอกวัย 26 กะรัต จะเรียกความฟิตกลับมาทันช่วยทีมทำศึกซูเปอร์บิ๊กแมทช์กับปีศาจแดง แต่ล่าสุดเจ้าตัวเกิดบาดเจ็บกล้ามเนื้อขาหนีบเพิ่มอีกจนหมดโอกาสลงสนามในเกมดังกล่าวชัวร์แล้ว

และในขณะเดียวกัน โลอิก เรมี ดาวยิงอีกคนของสิงโตน้ำเงินครามก็เดี้ยงมาจากเกมแชมเปียนส์ลีกอีก ทำให้มีการคาดหมายว่า ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก๋าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้แทน ซึ่งแน่นอนว่า ดิดิเยร์ ดร็อกบา ยังคงมีความสามารถล้นเหลืออย่างแน่นอน การที่ทีมขาด กองหน้าทั้งสองคนไปแต่ยังคงไม่ลดประสิทธิภาพของทีมลงไปแน่นอน เพราะมีทั้งกองกลางอย่าง เชส ฟาเบรกาส ปี ออสการ์ ฮาร์ซา ร่วมถึงตัวเก๋าอย่าง เทียร์รี่ ที่คุมทัพหลัง แจ่กองหน้าที่เก๋าสุดอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ถึงแม้จะไม่มี คอสต้า สุดยอดกองหน้าในตอนนี้ ก็ยังคงสามารถที่จะเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างแน่นอน ด้วยความสามารถของทีมที่เหนือกว่าและความมั่นใจของลูกทีมเยอะกว่าแน่นอนส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น ยังคงฟอร์มดีขึ้นมาเล็กน้อยแต่ด้วยความโหดของเชลซีในตอนนี้มันยังคงเป็นงานยากของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเตโอย่างแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นงานยากสำหรับ ฟัลกัล และฟัลเกา ทั้งผู้จัดการทีม และกองกำลังในทีมที่ต้องทุ่มเทสุดตัวเพื่อเอาชนะเชลซีให้ได้

ถ่ายภาพแต่งงาน

สตูดิโอถ่ายภาพแต่งงาน

2

สตูดิโอของเราเน้นการบริการที่อบอุ่น และเป็นกันเอง เน้นการให้คำปรึกษา และบริการที่ตอบโจทย์ทุกความฝัน ทุกจินตนาการ ทุกไอเดีย โดยเฉพาะไฟล์ภาพที่งดงาม ทรงคุณค่า และถ่ายทอดอารมณ์ เรื่องราว และความรู้สึก เป็นธรรมชาติของคู่บ่าวสาว  เราเกิดจากการที่เรารักการถ่ายภาพ โดย เราให้ บริการรับถ่ายภาพ รับถ่ายรูป รับถ่ายภาพงานแต่งงาน ถ่ายภาพ ถ่ายภาพแต่งงาน อัดภาพ รับถ่ายทำcinematography ทำวีดีโองานแต่ง Highlight wedding ด้วยผู้ชำนาญงานที่เกิดจากการรักการถ่ายภาพล้วนๆ ทำให้งานที่ออกมานั้น เหมือนใช้ใจที่รักและชื่นชอบทำ เลยออกมาดี

เราให้บริการถ่ายภาพ และ รับถ่ายรูป ถ่ายภาพงานพิธีต่างๆ อย่างพิถีพิถัน และปราณีตในทุกขั้นตอนการผลิตผลงานสร้างสรรค์มี คุณภาพรวมถึงตัดต่องานให้ตามความต้องการ และหากคุณกำลังหาช่างภาพ งานแต่งงาน เรายินดีให้บริการ

รับถ่ายวีดีโอ รับถ่ายวีดีโองานแต่งงาน ถ่ายรูปงานแต่ง ถ่ายภาพแต่งงาน และ หาช่างภาพแต่งงานฯลฯ

บริการ รับถ่ายรูป รับถ่ายภาพ ด้วยราคาย่อมเยาว์ คิดจะ ถ่ายรูป ถ่ายภาพ ถ่ายภาพแต่งงาน โทรมาปรึกษาเราได้ค่ะ

การเลือกครีมบํารุงผิวหน้า

การเลือกครีมบํารุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว  ออกแบบโลโก้
ผู้หญิงอย่างเรากว่าจะหาครีมบํารุงที่เหมาะกับตัวเองได้เนี่ยนานเหมือนกัน แต่ลองสังเกตดูส่วนผสมของครีมหรือโลชั่นบํารุงผิวหน้าสักนิดว่ามีสารตัวไหน บ้างที่เราแพ้หรือเปล่า หรือ ผสมน้ําหอมมากเกินไปหรือคนที่แพ้แอลกอฮอล์สําคัญมากถ้าเราขี้เกียจเนี่ยบาง ทีอาจจะเสียเงินฟรีๆเลยก็ได้นะเสียเวลาดูสักนิดว่าส่วนผสมในครีมนั้นๆเป็น ส่วนผสมที่ดีหรือเปล่าหรือใส่สารต้องห้ามบ้างหรือเปล่าอย่าง สารปรอท สเตรียรอยด์เนี่ยสิน่ากลัวผิวหน้าอาจจะพังได้ในระยะเวลาไม่นาน วันนี้เราเลยมีความรู้ดีๆ มาฝากสาวๆ กัน ครีมหน้าเงา

วิธีการเลือกซื้อครีมบํารุงผิวให้เหมาะกับผิว
มอยส์เจอไรเซอร์มีหลากหลายแบบอยู่ด้วยกัน อยู่ในรูปแบบของครีมบ้าง เจลบ้าง แบบครีมอาจจะเข้มข้นเป็นสีขาวข้นเหมาะกับผิวแห้งหรือแพ้ง่ายหน้าลอกเป็นขุย หรือแพ้สารเคมีมา ผิวแพ้ง่ายเนี่ยควรเลือกแบบไม่ต้องผสมอะไรเลยเลือกแบบอ่อนโยนที่สุด ไม่มีน้ําหอมและไม่มีแอลกอฮอล์เลยเพราะบางทีผิวที่แพ้ง่ายแดงง่ายเจอสารหรือ อะไรกระตุ้นนิดหน่อยผิวหน้าเราอาจจะแพ้แสบแดงง่าย และไม่ควรใช้ครีมเยอะ ใช้แค่ครีมบํารุงให้ผิวเราแข็งแรงมากพอแต่อย่าเพิ่งไปใช้พวกAHA สารที่ทําให้หน้าขาวใสเพราะผิวเรายังไม่แข็งแรงพออาจจะแพ้มากกว่าเดิมและ ผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกใช้ต้องตรวจสอบทางการแพทย์แล้วว่าไม่ก่อให้
เกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิว และครีมบํารุงในแบบของเจล ใสๆ แตะแล้วจะรู้สึกชุ่มช่ํามากๆ และน่าใช้กว่าแบบครีมข้นๆ แล้วแต่ความชอบและความเหมาะสมของสภาพผิวหน้าเรา เจลก็เหมาะกับผิวมันเพราะเจลจะไม่ค่อยอุดตันรูขุมขนมากเท่าไหร่ทาแล้วจะรู้ สึกแห้งร็วสบายผิวมากแต่แบบครีมก็เหมาะกับคนที่มีผิวมันเหมือนกันแค่เลือก แบบที่ระบุว่า ออยล์ฟรีนั่นเองเพราะจะไม่ทําให้หน้าเรามันมากเกินไปและที่สําคัญอุดตันน้อย และไม่เยิ้มระหว่างวันแน่นอนและต่อมาก็คือ สําหรับสาวที่มีผิว หมองคล้ํา ผิวหน้าไม่สดใส มีริ้วร้อยและออกแดดบ่อยไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ ครีมหอยทากเลือกใช้ครีมบํารุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ ไฮดรอกซี่แอซิด หรือ กรดผลไม้อ่อนๆ คุณสมบัติของเอเอชเอจะช่วนผลัดเซลล์ผิวของเราอย่างอ่อนโยนให้เผยผิวหน้าให้ ขาวใสเร็วยิ่งขึ้นและแลดูผ่องใส และที่สําคัญที่สุดที่สาวๆทุกาภาพผิวควรเข้าใจและทราบ คือ เลือกครีมบํารุงที่ไม่ผสมน้ํามันมากเกินไปหรือใครไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือกที่ ผสมน้ํามัน เพราะถ้ามีน้ํามันมากจะไปกระตุ้นผิวหน้าให้เกิดสิวได้เพราะทั้งสภาพอากาศที่ ร้อน
แสงแดดจ้า เหงื่อก็ไหลพราก และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ํามันควรพิถีพิถันมากเป็นพิเศษและควรเลือก ด้วยว่าอะไรที่จะนํามาสกัดเป็นน้ํามันทีเป็นส่วนประกอนในครีมบํารุง อย่างเช่น ควรเลือก น้ํามันที่มาจากคาร์เนชั่น เพราะเป็นน้ํามันที่บริสุทธิ์ไม่กระตุ้นให้ผิวเกิดสิวพร้อมทั้งไม่มีสารกับ ูดนั่นเองอย่างนี้สาวๆรู้กันแล้วใช่ไหมว่าครีมบํารุงไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ เจล หรือว่า ครีม ใดก็สําคัญมากที่เราต้องเลือกอย่างรอบคอบพิถีพิถันก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผิวหน้าควรเลือกซื้อร้านที่น่าเชื่อถือและผลิตภัณฑ์ นั้นๆต้องมี อย. กํากับทุกตัว

อาหารบำรุงผิวหน้า

อาหาร คือสารบำรุงผิวที่ดีที่สุด เพราะอาหารช่วยให้ผิวพรรณสดชื่น เปล่งปลั่ง และดูอ่อนวัยได้ เนื่องจากอาหารที่ดีกับสุขภาพ จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นและช่วยขับพิษออกจากร่างกาย อาหารที่ช่วยให้ผิวสวยสดใส ลดเลือนริ้วรอยได้ แถมจ่ายไม่แพงมีหลายชนิดที่สามารถหาทานได้ใกล้ตัว เช่น

1.เนื้อปลา : เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายที่เสื่อมโทรม และยังมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชราและความเสื่อมของร่างกาย

2.น้ำมันมะกอก : เป็นน้ำมันจากพืชที่แม้จะมีแคลอรี่สูงก็จริง ซึ่งมีข้อดี คือ มีกรดไขมันจำเป็นและเป็นไขมันชั้นดี ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและที่สำคัญในน้ำมันมะกอกยังประกอบด้วยวิตามินเอและอี ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ทำให้ผิวดูอ่อนวัยคงความชุ่มชื้นและเนียนนุ่ม

3.น้ำดื่มสะอาด : หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวพรรณไม่สดใส การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เป็นวิธีที่ทำให้ผิวผ่อง แบบไม่ต้องลงทุนมาก เพราะน้ำจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และยังป้องกันเซลลูไลต์อีกด้วย

4.มะเขือเทศ : ช่วยทำให้ผิวพรรณดี แก้อาการสิวฝ้า นอกจากนั้นแล้วยังช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย

5.บร็อกโคลี : ผักสีเขียวที่เป็นแหล่งของวิตามินเอและซี โดยที่วิตามินเอมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันการเสื่อมอายุของผิวหนัง ซ่อมแซมผิวหนังที่เสียไป และยังมีความสำคัญต่อกระบวนการเติบโตของผิวหนังให้มีการทำงานอย่างปกติ ช่วยให้ผิวหนังไม่แห้ง และยังสดใสเปล่งปลั่งอยู่เสมอ

ส่วนวิตามินซีเป็นสารอาหารสำคัญในการช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายรวมถึงผิวหนังของเราด้วย

6.เมล็ดข้าวและธัญพืช : ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ งา นอกจากจะมีวิตามินบีสูงแล้ว ยังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งจะช่วยสร้างและรักษาความแข็งแรงของเซลล์ มีงานวิจัยระบุว่า วิตามินอี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และช่วยปกป้องความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะให้กับผิว

7.ผักและผลไม้สด : วิตามินเอมีมากในผักสด ซึ่งช่วยทำให้ผิวหนังไม่แห้ง และยังสดใสเปล่งปลั่งอยู่เสมอ และยังมีวิตามินซีซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ผิวพรรณของใบหน้าดูเต่งตึง มีความยืดหยุ่น ผักสดและผลไม้ จึงควรเป็นอาหารที่คุณควรบรรจุไว้ในเมนูอาหารทุกมื้อของคุณ

8.มะละกอสุก : มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงผิวด้วย นอกจากช่วยย่อยอาหารแล้ว

อาหารที่ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น

สาวๆ หลายคนมักจะชอบบำรุงผิวแต่ภายนอกเท่านั้นแต่มักจะละเลยสิ่งที่ทำให้คุณมีผิว ชุ่มชื้นจากภายใน มีอาหาร หลายชนิดที่เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้เป็นอย่างดี ลองเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน ในช่วงที่มลภาวะหรืออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยดูสิค่ะ เรามาดูแหล่งอาหารที่ช่วยให้ผิวสวยชุ่มชื้นกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง
- น้ำชา  ในน้ำชามีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ผิวช่วยให้ผิว รักษาความชุ่มชื้นและไม่ถูกทำร้าย ควรดื่มชาที่ไม่ผสมน้ำตาล แล้วก็ไม่ควรดื่มมากจนเกินไปค่ะ
- รับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดดีและจำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของผิวพรรณ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นแถมสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ แหล่งไขมันที่ดีที่ทำให้ผิวสวย สุขภาพดี ได้แก่ น้ำมันที่ทำจากพืช ปลา ถั่ว ธัญพืช ฯลฯ
- งดเครื่องดื่มที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เช่น เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ คาเฟอีน เป็นต้น
สาวๆทราบแล้วก็พยายามเลือกรับประทานอาหารเหล่านี้ ให้บ่อยเข้าไว้นะคะ ถ้าไม่สามารถทำได้ทุกมื้อ ก็ใช้ ตัวช่วยอย่างครีมบำรุงผิวที่ช่วยดูแลเรื่องความชุ่มชื้น ไม่ว่าจะเป็น เจล หรือ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วยส่วนผสมของ WSK และ Niacinamide ก็ช่วยได้เป็นอย่างดีค่ะ ถ้าหน้าแห้งมากๆ ลองหามาส์กความชุ่มชื้นให้ผิวมาช่วยได้ค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์อีกตัวที่เป็นทางลัดสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหน้าแห้งค่ะ

เคล็ดลับบรรเทาผิวแห้ง

เคล็ดลับบรรเทาผิวแห้ง
หาก ผิวของคุณ แห้ง ตึง โดยเฉพาะสาวๆที่อยู่แต่ในห้องแอร์ทั้งวัน หรือในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง หรือเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ จนบางคนอาจจะถึงขั้นผิวลอกเป็นขุยๆกันเลยทีเดียวค่ะ ความเย็นก็มีผลกับการเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวได้เช่นกัน มาดูวิธีรับมือกับปัญหาผิวแห้งกันดีกว่าค่ะ
1. สวมใส่ผ้าฝ้ายและเส้นใยธรรมชาติ จะดีกว่าเพราะจะช่วยปกป้องลมหนาวที่ทำให้ผิวแห้งตึงและให้ความอบอุ่นได้ดีค่ะ
2. ดื่มน้ำปริมาณ8-10 แก้วต่อวัน เพื่อเติมความชุ่มชื่นจากภายในให้ร่างกายค่ะ
3. ทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 กรดไขมันที่จำเป็นต่อรางกายซึ่งจะสามารถเสริมสร้างน้ำมันที่ช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติของผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งตึงค่ะ อาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, วอลนัทและน้ำมันดอกคำฝอย เป็นต้น
4. ทาครีมบำรุงที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเป็นประจำเช้าเย็น ถ้าอยู่ในห้องแอร์นานๆ หรือช่วงเดินทางไปต่างประเทศทาได้ทุกครั้งเมื่อรู้สึกว่าผิวแห้งตึงค่ะ
5. หากมีอาการผิวแห้งแตกมากเกินไปแม้แต่ครีมบำรุงก็เอาไม่อยู่ให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในทันทีค่ะ
เพียงแค่ 5 เคล็ดลับเหล่านี้ก็ช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื่นไม่แห้งตึงแถมยังนุ่มเนียนสวยได้ทุกเมื่อค่ะ

การดูแลรักษาผิวหน้ามัน

การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน
เรื่อง หน้ามัน เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมาก ขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์ ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ เช่น ขาหมู ไอศกรีม กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามัน คือ รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้ม

การ ดูแลผิวพรรณสำหรับผู้ที่มีหน้ามัน และรูขุมขนกว้างนั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามสภาพผิว ซึ่งการดูแลผิวขั้นพื้นฐานนั้นสำคัญที่สุด อย่างแรก การทำความสะอาด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว และตามด้วยครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวมัน ซึ่งบางคนอาจคิดว่าสภาพผิวมันนั้นไม่ต้องใช้ครีมบำรุงผิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ครีมบำรุงผิวมีความสำคัญมากในการดูแลผิว และเปรียบเสมือนเสื้อคลุมปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อมภายนอก คงความชุ่มชื่นให้ผิวอ่อนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ตามด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด ต้องเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด ที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB สามารถป้องกันทั้งการเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ที่เกิดจากรังสี UVB และป้องกันการเกิดริ้วรอย ที่เกิดจากรังสี UVA สำหรับ ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับผิวมัน ควรเป็นลักษณะโลชั่น นอกเหนือจากการดูแลผิวทั่วไป การถนอมผิว แนะนำว่าไม่ให้รบกวนผิว หรือเช็ดถูผิวหน้าแรงๆ

การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน

หาก คุณเป็นคนที่มีผิวหน้ามันเป็นปัญหาหนึ่งของชีวิตที่น่ารำคาญใจ สิ่งสำคัญของผิวมันนั้น อยู่ที่การทำความสะอาดใบหน้าให้สม่ำเสมอ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพิ่มความมันบนใบหน้าให้มีมากไปกว่าเดิม โดยควรปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

     1. ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ ขอแนะนำว่า ขณะกำลังล้างหน้าให้ใช้มือวนเป็นวงๆ เบาๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขนออก จากนั้นใช้สำลีเช็ดผลิตภัณฑ์ล้างหน้านั้นออกก่อนการล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้สึกว่าการล้างหน้าสะอาดหมดจดได้โดยไม่ทำให้ผิวแห้ง ตึง

     2. ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพื่อเปิดรูขุมขนให้สามารถขจัดสิ่งสกปรกที่ฝังลึก จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นในน้ำสุดท้ายเพื่อกระชับรูขุมขน

     3. ใช้โทนเนอร์หรือโลชั่นที่ช่วยควบคุมความมันและกระชับรูขุมขนหลังการล้างหน้า
     4. จากนั้น ตามด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวสำหรับผิวมันโดย เฉพาะ หรือใช้โลชั่นควบคุมความมันทาในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการแต่งหน้า ที่สำคัญ ทุกขั้นตอนที่กล่าวมาก็ควรปฏิบัติให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะผิวหน้าจะสวยและมีสุขภาพดีได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวนั่นแหละค่ะ ว่าจะดูแลผิวหน้าของตัวเองได้ดีแค่ไหน เพราะใช่ว่าหน้ามันๆ จะทำให้ชีวิตต้องเศร้าหมองประคองอารมณ์เสมอไป อย่างน้อยสาวผิวมันอย่างเรา ก็เหี่ยวและเกิดริ้วรอยได้ช้ากว่าสาวผิวแห้ง

     5. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย

     6. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free)

ถ้า 6 วิธีแล้วยังมีหน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ AHA BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น

ส่วน ยารับประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตราย ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น

รักษาฝ้าหน้าใสด้วยวิธีธรรมชาติ

 

แก้ฝ้า

การรักษาฝ้ามีวิธีทำง่ายๆทำด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้ครีมค่ะ นำหัวไชเท้าไปล้างให้สะอาดไม่ต้องปอกเปลือกออก ให้ใช้มีดคมๆสับๆซอยๆให้ละเอียด หรือจะใช้ปลายช้อนขูดเป็นฝอยให้ละเอียดก็ได้ แล้วเติมน้ำมะนาวลงไป จากนั้นก็คนให้เข้ากัน เมื่อเตรียมครีมหัวไซเท้าแบบธรรมชาติสำหรับประทินผิวเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการเตรียมผิวหน้าโดยการล้างหน้าให้สะอาด ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆซับหน้าให้แห้งสนิท รอจนหน้าแห้งดีแล้วจึงใช้ปลายนิ้วแต้มครีมหัวไชเท้าพอกทาหน้าให้ทั่วหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตา และริมฝีปากเอาไว้ ระวังอย่าให้เข้าตานะคะ แล้วใช้ปลายนิ้ว กดๆนวดๆผิวหน้าอย่างเบามือ โดยใช้เวลานวดประมาณ 5 นาที และพอกทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเปล่า (แนะนำว่าอย่าให้สบู่ล้างนะคะ) สูตรสวยสูตรนี้ ใช้ได้ทุก 10 วัน หรือเดือนละ 3-4 ครั้ง กระและริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าจะค่อยๆเลือนหายไป ใบหน้าจะขาวผ่องดูสว่างสดใสเปล่งปลั่งเกลี้ยงเกลาอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

การรักษาสิว

 

การรักษาสิวโดยวิธีธรรมชาติ

1.  หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับฝุ่นละออง ควันรถ หรือควันมากๆ เพราะจะมีแบคทีเรียและคราบสกปรกมาอุดตันที่รูขุมขน ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้น

2.  อย่าเอามือไปยุ่งกับใบหน้าเกินความจำเป็น เช่น การล้วง แคะ แกะ เกา ควรสัมผัสกับใบหน้าเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะมือของเรามักเต็มไปด้วยคราบสกปรก และเชื้อแบคทีเรีย

3. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดสิว โดยเลือกใช้เครื่องสำอางแบบที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Noncomedogenic) หรือแบบที่ไม่มีไขมัน (Oil-Free) ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดสิวได้

4. อย่าล้างหน้าบ่อย ควรล้างด้วยน้ำเปล่า เพียงวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้า และตอนเย็นเท่านั้น ในช่วงกลางวันหากใบหน้ามีความมันมาก ควรใช้กระดาษซับมันแทนการล้างหน้า

5.  สระผมทุกวัน โดยเฉพาะคนที่ผมยาวปิดหน้าผาก หรือแก้มทั้งสองข้าง เพราะผมของเราก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และสิ่งสกปรกเช่นกัน

6. ทำความสะอาดผิวหน้าทุกครั้งก่อนนอน โดยควรใช้คลีนเซอร์อย่างอ่อนในการทำความสะอาด และต้องล้างคลีนเซอร์ออกให้หมด อย่าให้มีคราบตกค้าง

7.  ฝึกควบคุมการขับถ่าย คนที่เป็นท้องผูกบ่อยๆ หรือที่คนที่กลั้นอุจาระบ่อยๆ มักที่จะมีโอกาสเป็นสิวบ่อยกว่าคนที่ขับถ่ายอย่างปกติเป็นประจำทุกวัน การขับถ่ายควรทำในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่เกิดการบีบตัวเพื่อรีดเอาของเสียออกจากร่างกาย สำหรับคนที่ท้องผูกแนะนำให้ทานผักผลไม้มากๆ ดื่มน้ำตั้งแต่ตอนที่ตื่นนอนมากๆ ดื่มนม หรือดื่มน้ำมะนาว จะเป็นการช่วยในการขับถ่ายให้ดีมากยิ่งขึ้น

8. ควบคุมเรื่องอาหารการกิน อาหารต้องห้ามสำหรับคนที่เป็นสิว ได้แก่ อาหารรสจัด ของหวาน ของมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเล ซึ่งควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่ารับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้น

9.  ดื่มน้ำสะอาดมากๆ การดื่มน้ำสะอาดในจำนวนที่เพียงพอต่อความร่างกายในแต่ละวัน จะเป็นการช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย และช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย

10. มองโลกในแง่ดีอย่าเครียด ความเครียดเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อความงาม และยังผลต่อจำนวนสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าอีกด้วย เพราะความเครียดจะทำให้คุณสาวๆเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว

11. ออกกำลังกายบ้าง เมื่อออกำลังกาย เหงื่อจะช่วยผลักดันสิ่งสกปรกออกมาจากรูขุมขน ซึ่งเป็นการทำความสะอาดรูขุมขนไปในตัว นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย และเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วอย่าลืมรักษาความสะอาดของใบหน้าด้วย

12. รักษาความสะอาดของเครื่องนอน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับร่างกายและผิวหน้าของเราอยู่เป็นประจำทุกวัน ดังนั้นจึงควรที่จะทำความสะอาดบ่อยๆ เพื่อไม่ให้มีฝุ่นหรือคราบสกปรกเข้าไปสะสมอยู่

13. ไม่ควรนอนดึกเกิน 4 ทุ่ม เพราะยิ่งนอนดึกมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ประเภทของผิว

ประเภทของผิวและเคล็ดลับดูแลผิวหน้า

1. ผิวธรรมดา (Normal Skin)

ลักษณะผู้ที่มีผิวธรรมดา เป็นผิวที่มีความละเอียด และเรียบเนียน มีปริมาณไขมันที่พอเหมาะ มีความชุ่มชื่นและสดใส มีรูขุมขนละเอียด ผิวมีความยืดหยุ่นสูงไม่มีความมันเยิ้มบนใบหน้าและไม่แห้งตึง แม้กระทั่งหลังการล้างหน้าใหม่ ๆ จึงมักไม่มีปัญหา เป็นผิวที่ทุกคนปรารถนา

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทำได้โดยการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟม หรือสบู่อ่อนๆ การดูแลผิวให้สะอาดและมีสุขภาพดีถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่าใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม หรือมากเกินไป เพราะจะทำร้ายผิวมากขึ้น และในเวลากลางวันควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

2. ผิวแห้ง (Dry Skin)

ลักษณะผู้ที่มีผิวแห้ง สามารถสังเกตได้จากผิวหน้าจะเป็นขุยได้ง่าย  และแห้งตึง หลังการล้างหน้า ข้อดีคือ รูขุมขนละเอียด ดูเรียบ ไม่หยาบ ไม่มันเยิ้ม และจะมีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนและสิวอุดตันน้อยกว่าผิวชนิดอื่น ผิวหน้าจะแลดูผ่องสะอาด แต่ข้อเสียสำคัญคือ มักมีริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะบริเวณผิวบอบบางเช่น รอบดวงตา

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว เนื่องจากความชื้นในอากาศจะน้อยลง ควรทาครีมบำรุงผิว เป็นประจำทุกครั้งหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำ หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นในการชำระล้าง หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ในการล้างหน้า เพราะจะทำให้สูญเสียน้ำมันที่ทำหน้าที่เคลือบผิวมากขึ้น ควรล้างหน้าวันละครั้งด้วยน้ำเปล่าจะดีที่สุด ยกเว้น ใบหน้าสกปรกมากก็อาจใช้ Cleansing Cream เช็ดทำความสะอาดก่อนแล้วตามด้วยขั้นตอนของการล้างหน้าด้วย ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และควรหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้เกิดความรุนแรงต่อผิว

3. ผิวมัน (Oily Skin)

ลักษณะผู้ที่มีผิวมัน เป็นผิวที่มีรูขุมขนโตกว่าปกติ จึงมีการหลั่งน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ผิวหน้าจึงดูหยาบ ไม่เรียบสวย เกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่าย โดยเฉพาะในวัยรุ่น ซึ่งฮอร์โมนเพศจะมีบทบาทมากในการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน พบว่าวัยรุ่นเป็นสิวมากกว่าวัยอื่น ข้อดีของคนที่มีผิวมัน จะไม่พบปัญหาทางด้านริ้วรอยเหี่ยวย่นเหมือนกับคนผิวแห้ง การเกิดปัญหาสิวหรือสิวเสี้ยนที่พบนั้น ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่สิว แต่เป็นลักษณะที่รูขุมขนขยายตัวและมีขนอ่อนแทรกขึ้น เมื่อแทรกหลายเส้นเข้าก็เกิดการรวมตัวของไขมันในบริเวณดังกล่าวจนแข็งเป็นเสี้ยนเล็ก ๆ สีดำ จึงเรียกกันว่าสิวเสี้ยน ซึ่งมักเกิดบริเวณ คาง จมูก และรอบปาก ฯลฯ เป็นต้น

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมัน หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากนัก ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่อ่อนโยนต่อผิว ควรล้างน้ำด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นช่วยละลายไขมันที่เกาะติดบนใบหน้า นอกจากนี้คนผิวมันจะมีรูขุมขนกว้างซึ่งเกิดจากการอุดตันและส่งผลให้เป็นสิวง่าย ควรใช้โลชั่นหรือน้ำยากระชับรูขุมขน (Toner) เพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้าได้

4. ผิวบอบบาง-แพ้ง่าย (Sensitive skin)

ลักษณะผู้ที่มีผิวบอบบาง – แพ้ง่าย จะไม่มีข้อบ่งชัดว่าเป็นอย่างไร มักพบว่าเกิดหลังจากการใช้เครื่องสำอางหรือใช้ยาทาบางชนิด แต่ในรายที่เป็นมากอาจมีผื่นแดง คัน หรือเกิดรอยไหม้ ผิวชนิดนี้ควรระมัดระวังการใช้เครื่องสำอางเป็นพิเศษ มักจะมีผิวแห้ง มีกรรมพันธุ์ของโรคภูมิแพ้ หรือเป็นภูมิแพ้ที่อวัยวะอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว เมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีก็จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย หากมีอาการแพ้เกิดขึ้น ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทุกตัว จากนั้นปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาอาการที่เกิดขึ้น

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง- แพ้ง่าย หรือ ผิวบอบบาง ซึ่งมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าก่อให้เกิดการแพ้ต่ำ

5.ผิวผสม (Combination Skin)

ลักษณะผู้ที่มีผิวผสม จะผสมผสานระหว่าง ผิวมัน จะอยู่บริเวณ T-Zone คือ บริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่ และทำงานได้ดีกว่าบริเวณอื่น ทำให้มีปัญหาเรื่อง สิว  ได้ง่าย ส่วนผิวแห้งหรือผิวธรรมดา จะอยู่บริเวณแก้มทั้งสองข้าง ทำให้เกิดปัญหาเรื่อง ผิวแห้งตึง เป็นขุย หลังการล้างหน้า บริเวณ แก้มทั้งสองข้าง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยในการปรับสมดุล ของผิวทั้งสองบริเวณให้ใกล้เคียงกัน หรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถควบคุม ความมันและลดความมัน บริเวณ T-Zone  ได้ และไม่ทำให้ผิวบริเวณอื่นแห้งตามไปด้วย ทั้งนี้ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศอีกด้วย